คืนสู่เหย้าชาวรูสะมิแล มอ. ตานี

ตามที่เคยบอกไว้ในบล็อก “เพลงประจำมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.)” ว่าจะกลับมาเขียนเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับการเดินทางไปเยือน มอ. ตานี อีกครั้งเมื่อวันที่ 8 – 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา วันนี้ก็ต้องพยายามหาเวลาว่างนั่งเขียนสักหน่อย เพราะขืนปล่อยไว้นานกว่านี้อาจจะลืมไปได้

การเดินทางครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ได้รับความประทับใจมากๆ เพราะได้เดินทางไปกับพี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆ เลือดสีน้ำเงินเหมือนกัน (ความจริงสำรวจดูแล้วไม่มีรุ่นพี่ของผมเลย มีแต่รุ่นน้องและรุ่นลูกรุ่นหลานซะมากกว่า เหอๆๆๆ) ยานพาหนะที่พาเราเดินทางไปในครั้งนี้คือเครื่องบินแบบ AVRO-748 ของกองทัพอากาศหมายเลข 60304 ซึ่งพี่หนุ่ย (ปิยะชีพ วัชโรบล) ของน้องๆ เป็นผู้ประสานงานเพื่อให้พวกเราได้รับความสะดวก ไม่เช่นนั้นพวกเราคงต้องบินไปลงที่หาดใหญ่แล้วนั่งรถแท็กซี่เบนซ์หางปลา (ไม่แน่ใจว่ายังมีอยู่หรือเปล่า คล้ายๆ รูปนี้) จากหาดใหญ่ไปปัตตานีอีกต่อหนึ่งเป็นแน่แท้ ตามกำหนดการแล้วพวกเราต้องออกเดินทางในเวลา 07.00 น. แต่เอาเข้าจริงๆ กว่าจะ Take-off ได้ก็เกือบ 08.00 น. เพราะนักบินต้องดับเครื่องรอบุคคลสำคัญที่กำลังเดินทางตามมาคือน้องจวบ (ประจวบ ไกรขาว) ไม่เช่นนั้นพวกเราจะไปกันไม่ได้ถ้าขาดบุคคลสำคัญท่านนี้…อิอิ ขอแซวหน่อยนะครับน้องรัก… เราใช้เวลาในการบินประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ร่อนลงที่สนามบินปัตตานี (บ่อทอง) โดยสวัสดิภาพ ในระหว่างทางก็เจอพายุฝนมาตั้งแต่เขตจังหวัดสุราษฎร์ธานีทำเอาน้องตี๋ (มีชัย นามนันทสิทธิ์) ถึงกับเมาเครื่องไปเลย

ที่สนามบิน ผศ. นพพร เหรียญทอง (ศิษย์เก่า มอ. ตานี รหัส 22-XXXXX) ก็ได้ให้เกียรตินำรถบัสของ มอ. ตานี คันที่ดีที่สุด (ที่เหลืออยู่) มารับคณะของเรา ก้าวแรกที่ถึงสนามบินก็ให้แปลกใจนิดหน่อย นึกว่าเครื่องบินพาพวกเรามาลงที่ประเทศอิรักซะอีก เพราะมีทหารพร้อมอาวุธครบมือคอยรักษาการณ์เต็มไปหมด แต่พอออกจากสนามบินมาได้ ก็เห็นถึงความเจริญของเมืองปัตตานีเทียบกับเมื่อปี 2528 ที่ผมเคยแวะมาที่นี่ครั้งล่าสุด หรือกว่า 23 ปีมาแล้ว ก่อนจะถึงวงเวียนหอนาฬิกาประมาณ 1 กม. ทางด้านซ้ายมือ มีห้าง Big C มาเปิดซะใหญ่โต และทราบว่าสาขาของ Big C ที่นี่ขายดีที่สุดในประเทศไทย ครั้งแรกก็นึกว่าพูดเล่น แต่พอเข้าไปเห็นก็ต้องยอมรับครับว่าคนเยอะจริงๆ แต่ละคนนี่เข็นสินค้าเต็มรถเข็นเลยก็ว่าได้ ลูกค้าส่วนใหญ่คงมาจากชาวบ้านในปัตตานีรวมถึงยะลาและนราธิวาสด้วย ผมเลยคิดว่าชาวบ้านที่นี่ก็ยังคงมีกำลังซื้อพอสมควร เศรษฐกิจคงไม่เลวร้ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ ชาวบ้านทั่วไปยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ถ้าไม่เห็นทหารที่อยู่ตามสถานที่สำคัญๆ ต่างๆ ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าที่นี่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเจริญประดิษฐ์ (ถนนสายหลักที่เข้าสู่ มอ. ตานี) ก็ให้แปลกหูแปลกตา เพราะเมื่อ 30 ปีก่อน สองข้างทางเต็มไปด้วยป่ามะพร้าว แต่ปัจจุบันเต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องและอาคารพาณิชย์ การจราจรคับคั่งไปด้วยรถจักรยานยนต์ ถ้าเป็นแต่ก่อนก็จะมีแต่นักศึกษาที่ปั่นจักรยานกันเป็นกลุ่มๆ ออกมาจาก มอ. ตานี เพื่อไปหาอะไรทานกันที่ตลาดโต้รุ่งในตัวเมือง มันเจริญขึ้นมากจริงๆ แทบจำไม่ได้เลยว่านี่คือถนนทางเข้าสู่มหาวิทยาลัย แต่พอรถมาถึงวงเวียนหน้าประตูทางเข้าทิศตะวันตก ก็มองเห็นภาพวันแรกที่มีพี่มาลัยมารอรับได้ทันที ผิดกันที่ว่าวันนี้ฝนตก น้องๆ นักศึกษาจึงต้องมายืนกางร่มรอรับเพื่อมอบพวงมาลัยให้พวกเรานำไปไหว้พระราชบิดา ช่างเป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจมากๆ ไม่รู้เหมือนกันว่ามายืนตากฝนกันนานหรือยัง พอเห็นหน้าน้องๆ นักศึกษาที่มารอรับ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองเป็น Freshy ซะงั้น ฮ่าๆๆๆๆ

ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว ถ้าเทียบกับ 30 ปีก่อน โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ บรรยากาศเงียบเหงามาก แทบจะไม่เห็นนักศึกษาออกมาขี่จักรยานไปมา หรือนักศึกษาชายเตะตะกร้อกันหน้าหอ 3 หรือนักศึกษาหญิงนั่งเล่นกันตามข้างล่างของหอพัก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะนักศึกษาส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในบริเวณจังหวัดใกล้เคียง จึงถือโอกาสกลับไปบ้านในช่วงวันหยุด คิดแล้วน่าใจหาย คิดถึงบรรยากาศอันอบอุ่นที่รุ่นพี่รุ่นน้องนั่งคุยกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสนิทสนม หรือว่าสังคมในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้กำลังเปลี่ยนไปจริงๆ หรือเป็นเพราะนักศึกษามีจำนวนมากขึ้น อย่าว่าแต่รุ่นน้องจะรู้จักรุ่นพี่ทั้ง 3 ปีเหมือนแต่ก่อน ลำพังรุ่นเดียวกัน คณะเดียวกันก็อาจจะรู้จักกันไม่หมดทุกคน จึงทำให้ความผูกพันซึ่งกันและกันลดลงไปด้วย หรือว่าในสมัยที่ผมเรียนอยู่นักศึกษาแต่ละคณะในแต่ละปีมีไม่ถึง 100 คน เลยทำให้รู้จักกันหมด ไม่ใช่แค่รู้จักสนิทสนมกันเฉพาะรุ่นเดียวกันเท่านั้น แต่ยังรู้จักรุ่นพี่ขึ้นไปอีก 3 ปี และรุ่นน้องลงมาอีก 3 ปี ทีเดียว ทั้งนี้ก็เนื่องด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่ทำร่วมกัน และอีกอย่างที่ขาดหายไปอย่างเห็นได้ชัดก็คือ ปัจจุบันไม่ค่อยเห็นนักศึกษาขี่จักรยานแล้ว เพราะหันมาขี่จักรยานยนต์กันแทน ก็อาจจะเป็นได้ว่าเวลาขี่รถจักรยานยนต์ไม่สามารถจะมาขี่ช้าๆ แล้วคุยกันไปเหมือนการขี่จักรยานสมัยก่อนที่รุ่นพี่มักจะขี่ให้รุ่นน้องซ้อนท้ายอย่างน้อยก็ 1 ปีเต็มๆ เรียกว่าน้องใหม่ที่เข้ามาจะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากรุ่นพี่เป็นอย่างดี เพราะที่นี่จะมีรุ่นพี่หลายคนมาก น้องใหม่ 1 คนจะมีพี่มาลัย คือพี่คนแรกที่มาคล้องมาลัยต้อนรับในวันแรกที่ย่างเข้าสู่รั้ว มอ. ตานี ต่อจากนั้นก็จะมีพี่รหัส หมายถึงพี่ที่มีรหัสนักศึกษาเดียวกันแต่คนละปี แล้วก็ยังมีพี่จังหวัด พี่รูมเมทอีกสารพัด ซึ่งจะทำให้น้องๆ ได้รับความรักความอบอุ่น หายคิดถึงบ้าน และรู้สึกผูกพันกับสถาบันเป็นอย่างยิ่ง เท่าที่ได้คุยๆ กับอาจารย์ซึ่งก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันหรือเพื่อนรุ่นน้องที่ มอ. ตานี ก็ชักไม่แน่ใจว่าบรรยากาศที่เล่ามานั้นมันได้หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่าท่อนหนึ่งของเพลงยังไม่ลืมศรีตรังที่ร้องว่า “วันแสนชื่นไม่คืนดั่งฝัน เสียดายวันสุขสันต์ นับวันลับไปไกลห่าง…” จะเป็นจริง น้องๆ จะไม่เหลือความทรงจำดีๆ ไว้ที่นี่อีกแล้วหรือ?

กลับไปเยือน มอ. ตานี ครั้งนี้มีโอกาสได้พบอาจารย์นฤมล กาญจนทัต ซึ่งได้เกษียณอายุราชการไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ท่านเคยสอนภาษาอังกฤษผมมาตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 4 ผมรู้สึกดีใจมากๆ ที่ท่านยังจำผมได้ถึงแม้เวลาผ่านไปเกือบ 30 ปี และผมก็รับรู้ได้ว่าท่านก็คงดีใจไม่น้อยไปกว่าผมเช่นกัน เท่าที่ได้สนทนากัน อาจารย์ปรารภว่า “น่าใจหายที่ปัจจุบันในภาควิชาภาคต่างประเทศเองหาอาจารย์ชาวต่างประเทศที่ตั้งใจมาสอนนักศึกษายากมาก หรือแม้แต่อาจารย์คนไทยเองก็ไม่ค่อยมีใครอยากมาสอนที่นี่” ถึงแม้อาจารย์จะไม่บอก ผมก็พอจะเดาได้ว่าเป็นเพราะอะไร คงจะเป็นเหมือนท่อนหนึ่งของเพลงสงขลานครินทร์ที่ร้องว่า “ฟ้าดินถิ่นไกลใครจะมา สู่แดนสงขลานครินทร์นี้ เห็นแต่น้องแลตาพี่ แล้วมองไปที่ดอกศรีตรัง…”

เขียนไปเขียนมาชักเริ่มสับสนกับตัวเอง หลายๆ ความรู้สึกมันถาโถมเข้ามา ความรู้สึกดีใจที่ได้กลับไปเยือนสถาบันที่ให้การศึกษา ได้เจอสถานที่แห่งความหลังและความทรงจำดีๆ ได้เจอเพื่อนได้เจอครูบาอาจารย์ แต่ก็มีความรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เห็นบรรยากาศอย่างที่หวังเหมือนครั้งที่เรายังเรียนอยู่ที่นี่ รู้สึกใจหายเมื่อรู้ว่ามีนักศึกษาจากภาคอื่นๆ ลงมาเรียนที่นี่น้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย รู้สึกเศร้าหากต่อไปเราจะไม่ได้มาเยือนที่นี่อีกแล้วถ้า มอ. ตานี กลายเป็นอื่นไป ซึ่งไม่แน่ว่าเราจะเข้ามาได้อีกหรือเปล่า?

ถ้าบังเอิญน้องๆ นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ในขณะนี้ได้เข้ามาอ่าน ในฐานะรุ่นพี่ก็อยากจะบอกผ่านความรู้สึกของพี่ที่ได้กลับไปเยือน มอ. ตานีอีกครั้งไปยังน้องๆ ว่า พี่อยากจะเห็นบรรยากาศที่น้องๆ มีความสนิทสนม รักใคร่ กลมเกลียวกันทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติและศาสนา ให้ความเคารพครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้แก่เรา เพราะเราคือลูกพระราชบิดาและเลือดสีน้ำเงินเหมือนกัน ต่อไปเราก็จะเป็นศรีตรังที่เบ่งบานอีกช่อหนึ่งที่จะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และช่วยกันสร้างชื่อเสียงให้กับ มอ. ตานี รุ่นพี่ที่จบออกมาแล้ว 36 – 37 รุ่น ก็พร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้น้องๆ และยังมีความรักความผูกพันและเฝ้าดูความเจริญเติบโตของ มอ. ตานี และรุ่นน้องๆ สืบไป วันใดที่รู้สึกท้อแท้หรือไร้ซึ่งจุดหมาย ก็อยากให้น้องๆ มานั่งที่หน้าพระบรมรูปของพระราชบิดา แล้วอ่านคำที่จารึกบนแท่นของพระบรมรูปที่ว่า…
“ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัว เป็นที่สอง
ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภ ทรัพย์ เกียรติยศ จะตกแก่ท่านเอง
ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพ ไว้ให้บริสุทธิ์”

ท่องให้ขึ้นใจ แล้วนำไปปฏิบัติเหมือนพี่ๆ ที่จบออกมาแล้ว ….

ภาพประกอบบางส่วน

trip_to_psu_pattani085

trip_to_psu_pattani089

trip_to_psu_pattani090

trip_to_psu_pattani093

trip_to_psu_pattani095

trip_to_psu_pattani096

trip_to_psu_pattani099

trip_to_psu_pattani101

trip_to_psu_pattani102

trip_to_psu_pattani103

trip_to_psu_pattani104

trip_to_psu_pattani105

trip_to_psu_pattani106

trip_to_psu_pattani107

trip_to_psu_pattani108

trip_to_psu_pattani109

trip_to_psu_pattani110

trip_to_psu_pattani111

trip_to_psu_pattani112

Comments
  1. Babe says:

    คิดถึงจังเลยค่ะคุงอา
     
    ไม่ได้มาเล่นซาเปซนานมั่กมาย
     
    เปลี่ยนเมล์เลยต้องเรื่มใหม่
     
    ปล. อ่านเรื่องของคุงอาเเล้วนึกเรื่องเก่าๆ ของตัวเองด้วยเหมือนกัล
     
    กลับไปคิดถึงวันวาน  ยังหวานอยู่ อิอิ
     
    มิสๆๆนะค่ะคุงอา
     
    พระเจ้าอวยพระพรค่ะ  จ๊วฟๆๆ

  2. Q says:

    ได้เข้ามาอ่านก็รู้สึกคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ
     
    ที่ๆ เราเลยเรียน เล่น ประทับใจ และได้รับสิ่งที่ดีๆ ต่างๆ นานา ณ แดนศรีตรัง
     
    มันผ่านไปเร็วเหมือนกันเน๊อะ
     
    ไม่ได้กลับไปนานแล้วเหมือนกัน
     
    คิดถึงทุกๆ อย่างที่ได้รับจาก มอ. \’ตานี

  3. Sasiyos says:

    สวัสดีครับคุณอา ลอยกระทงปี้ผมได้ไปลอยเลย 55+ผม ไม่ค่อยได้ติดตามสเปซเหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะครับ คงไม่เหมาะกับคำว่าแฟนพันธ์แท้ 55 เพราะสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ทำให้คนไม่กล้าไปเยือนภาคใต้ ก็หวังว่าสถานการณ์แบบนี้คงจะหมดไปในไม่ช้าอาครับ แม้กาลเวลาจะทำให้อะไรๆเปลี่ยน แต่ความทรงจำกับความรู้สึกที่ดีดี ไม่เคยเปลี่ยนนะครับ ^^

  4. G. zama says:

     
    ฮัลโหลลลลลลลลล 777777 กลับมาแล้วคะ หายหน้า หายตา เหลือแต่แว่น อิอิ
    ไม่เห้น ไม่ได้บล็อคหรอกนะคะ อิอิ เพิ่งะได้ ไปเที่ยวพักผ่อนมานะคะ   หนีหนาว
    ไปเจอร้อน แล้วก็หนาว อีก กลับมาถึง เล่นเอาร่างกายปรับไม่ทันนะคะ
     
    แหม๋ อิจฉา คุณพี่นะคะ นั่งเครื่อง แถม ที่นั่งที่เดียว นั่งได้สองคน 777777
    ดูแล้วน่าสนุกนะคะ พบเพื่อนเก่าๆ  แถม ภาพคมชัด กล้องตัวใหม่ใช่ปะคะ อิอิ
     
    ต้องขอแวบบบก่อนนะคะ เม้าท์ นานมากไม่ได้ งานเต็มห้องเลยคะ กองผ้านะคะ อิอิ
    ฝันดีนะคะ ไม่อยากถามหรอกนะคะว่าสบายดีหรือป่าว อิอิ เห็นภาพแล้ว คิดว่า คุณพี่สบายดี อิอิ
    แวบบบบ นะคะ
     
     
     
     

  5. Peerawas says:

    ขอบคุณมากครับ สำหรับ comment ดีๆ
     
    เข้ามาอ่านแล้ว ปัตตานี ไม่ได้เป็นแบบที่ผมคิดเลย…
     
     

  6. Q says:

    20 ธ.ค. คุณอาจะไปรึป่าวอ่ะคะ
     
    เกดว่าจะไปล่ะ
     
    กำลังไปลงชื่อแระ

  7. Pat says:

    สุขสันต์วันลอยกระทง ย้อนหลังนะคะ….อ๋อ เรื่องลอยกระทงในเมกา ไม่ต้องไปคิดถึงเลยค๊า ส่วนใหญ่ทางวัดต่างๆ ก็จะมีงาน ใครจะไปทำบุญ ก็ไป…หรือว่า จะลอยกระทงในอ่างอาบน้ำที่บ้าน ก็ยังไหว  แต่ยังไงๆ ก็คงจะสู้ ลอยกระทงที่เมืองไทยไม่ได้หรอก..สนุกกว่าตั้งเยอะ  คิดถึงบ้านมากมาย

  8. Q says:

    เม้นท์ผิด blog ซะงั้น T^T กำ … เอาใหม่นะอา …
     

    งานวันรูฯ นู๋ไปลงชื่อแล้วค่ะ ลากแววไปด้วย อาจำแววได้ใช่ป่ะคะ
     
    พี่หนุ่ย (ไม่ยอมให้เรียกอาเลย บอกว่า "อา" ให้เรียกอาสมหมายคนเดียวก็พอ กร๊ากกกกกก) บอกว่าให้บอกเพื่อนๆ + เก็บตังค์ก่อนเลย กลัวระดมทุนได้น้อย อิอิ
     
    โย่วๆๆๆ ได้ไปงานวันรูฯ กะเค้าซะที อิอิ ดีใจ

  9. SP_Ladplakao62 says:

    ด้วยความยินดีเลยนู๋เกด ปล่อยให้พี่หุน่ยเขาเป็นหนุ่มไปคนเดียวไปเถอะ
    ส่วนอานั้นยอมรับควมจริงได้อยู่แล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ

  10. Q says:

    อิอิ .. อ่ะนะ
     
    เอาเถอะค่ะใครจะหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ นู๋ก็ดีใจทั้งนั้นได้คารวะรุ่นพี่ ซ๊ากกะที ไม่ได้เจอกันนานมากๆ คิดถึงๆๆ

  11. jacky says:

    หวัดดีค่ะ
     
    ขอบคุณที่แวะไปดูนะค่ะ
     
    ปัตตานี สวยมากค่ะ
     
    มีหลายคนกลัวที่จะไป  …
     
    ก็เลยเอารูปมาลงไว้  เผื่อจะมีคนอยากไปเที่ยวค่ะ
     
    วัดช้างไห้  สวยมาก ๆ ค่ะ
     
    ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ
     
    bye  "——"

  12. ลดาวัลย์ says:

     
                        ได้อ่านเรื่องราว  …………  "  BACK   TO   PSU – PATTANI  "  …………
     
                               "  ผู้เขียนกล่าวได้ลึกซึ้งกินใจมากๆ    สำหรับการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน   ระหว่างรุ่นพี่ที่มีต่อน้องๆชาวศรีตรัง  "
     
                                                          รู้อย่างนี้ ….. ไปสมัครเป็น  "  น้องสาวชาวศรีตรัง  "  บ้างดีกว่า !!!

  13. Phira says:

    คิดถึงอาจารย์นฤมล เช่นเดียวกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s