TRIP TO NEW ZEALAND 2010 – PART 1

Posted: October 15, 2010 in Travel
Tags: , ,

ขับรถเที่ยวนิวซีแลนด์ 2010 ตอนที่ 1

กลับมาจากนิวซีแลนด์ก็ 1 สัปดาห์แล้ว ยังไม่มีโอกาสได้มานั่งเขียนเรื่องราวต่างๆ ลงบล็อกสักที เพราะมีหลายเหตุการณ์เข้ามาแทรกตลอด นับตั้งแต่วันแรกที่กลับมาถึง ปรากฏว่าไม่สามารถเข้าอีเมลของตัวเองได้ แล้วอีเมลนั้นก็เชื่อมโยงกับ Windows Live Messenger และ Windows Live Spaces อีกด้วย กว่าทีมงาน Windows Live จะช่วยแก้ไขทำให้กลับมาใช้บัญชีอีเมลนั้นได้เหมือนเดิมก็ปาเข้าไป 4 วันเต็มๆ หลังจากเข้าเมลได้ปกติ ก็กะว่าจะเข้าไปอัพโหลดรูปต่างๆ ขึ้นไปไว้ในสเปซ แต่ปรากฎว่ามีข้อความเตือนให้ย้ายสเปซไปอยู่ที่ WordPress ได้แล้ว เพราะ Windows Live Spaces กำลังจะปิดการให้บริการลงในวันที่ 16 มีนาคมปีหน้า ถ้าใครไม่ย้ายไป สเปซของคนนั้นก็จะหายไปกับการปิดตัวลงของ Windows Live Spaces เมื่อเป็นเช่นนี้ คงไม่มีทางเลือกอื่นถ้าเราต้องการจะรักษาเรื่องราวและความเห็นต่างๆ อันมีคุณค่าทางจิตใจ ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันเอาไว้ได้ นอกซะจากเราจะต้องย้ายมาอยู่ที่ WordPress ตามที่เขาได้แนะนำไว้ ก็เลยตัดสินใจย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่ด้วยความอาลัยอาวรณ์บ้านเก่าที่อยู่ด้วยกันมากว่า 5 ปี และตอนนี้ก็ได้ย้ายมาเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังจัดบ้านใหม่ไม่เข้าที่เข้าทางสักเท่าไหร่ แต่ก็คงจะรอไว้นานกว่านี้ไม่ไหว เพราะจะลืมเรื่องราวที่จะเล่าและแบ่งปันประสบการณ์กันไปซะก่อน เกริ่นมาซะยาวเลย งั้นขอเริ่มเรื่องราวของการเดินทางไปขับรถเที่ยวประเทศนิวซีแลนด์กันเลยดีกว่า

การเดินทางครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อคืนวันที่ 24 กันยายน 2553 เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ด้วยสายการบิน Emirates Airline เที่ยวบินที่ EK418 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง เครื่องก็ร่อนลงแวะส่งและรับผู้โดยสารที่ Sydney ประเทศออสเตรเลีย (ความรู้สึกเหมือนนั่งรถเมลแวะจอดรับผู้โดยสารเลย) ต่อจากนั้นก็บินไปอีกประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงสนามบิน Christchurch บนเกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ รวมแล้วก็ใช้เวลาบินประมาณ 12 ชั่วโมง 30 นาที (เล่นนั่งกันเมื่อยเลยทีเดียวละครับ) เวลาที่ถึงสนามบินตอนนั้นประมาณบ่าย 2 โมงครึ่ง หรือตรงกับเวลาในเมืองไทยก็คือ 9.30 น. เพราะวันที่ไปถึงนั้นเวลายังห่างกัน 5 ชั่วโมง แต่เช้ามืดวันที่ 26 กันยายนเป็นต้นไป ซึ่งเขาถือว่าเข้าสูงฤดูใบไม้ผลิ ทางนิวซีแลนด์เขาก็ปรับเวลาของเขาให้เร็วขึ้นอีก 1 ชั่วโมง เขาเรียกว่า Daylight saving time (DST) ก็เลยทำให้เวลาของเขาเร็วกว่าเมืองไทย 6 ชั่วโมงจนถึงตอนนี้

เมื่อถึงสนามบินแล้วก็รีบโทรศัพท์ติดต่อให้พนักงานของบริษัทรถเช่าที่ได้ติดต่อเอาไว้ก่อนแล้วมารับ โดยบอกเขาไปว่าเรามาถึงแล้วและจะรออยู่ที่ป้าย Meeting Point ที่อยู่ภายในบริเวณที่นั่งรอของผู้โดยสารขาเข้า เขาก็บอกว่าอีก 5 นาทีเจอกัน ปรากฎว่า นั่งรอเกือบครึ่งชั่วโมง ก็ไม่เห็นมีใครมารับ จนผู้โดยสารคนอื่นๆ ทะยอยกลับกันไปหมดแล้ว ก็เลยลองโทรศัพท์ไปที่สำนักงานของเขาใหม่ คราวนี้เลยถึงบางอ้อว่า พนักงานที่จะมารับเรานั้น ไม่สามารถจอดรถแล้วเดินเข้ามารับเราได้ แต่เขาจะขับรถวนอยู่บริเวณลานจอดรถ ซึ่งจะมีป้ายเขียนไว้ว่า Car Rental Pick-up Point เราจะต้องเข็นกระเป๋าสัมภาระของเราออกนอกอาคารผู้โดยสารไปยังอาคารจอดรถ ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลหรอก ถึงได้เห็นป้ายที่ว่านั้น ออกไปยืนรอแป๊บเดียวก็เห็นรถของบริษัทรถเช่านั้นวนมารับ ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์เรื่อง Pick-up Location ของบริษัทรถเช่าแต่ละที่ เพราะฉะนั้น ถ้าใครจะไป Christchurch แล้วจองรถเช่าทางอินเตอร์เน็ตเอาไว้ล่วงหน้า เวลาไปถึงก็คงต้องทำแบบที่เล่ามานั่นแหละครับ

    
รถเช่าที่ใช้ระหว่างวันที่ 25 – 28 กันยายน 2553 ค่าเช่าวันละ NZ$56 ที่แพงกว่าปกติ เพราะรับรถที่ Christchurch แล้วไปคืนอีกเมืองหนึ่งคือ Picton และเช่าแค่ 3 วันเอง เพราะจะขับไปลงเรือเฟอรี่ที่นั่น สภาพก็ดูโอเคครับ

หลังจากได้รถเรียบร้อยก็ขับไปรับลูกสาวที่อยู่บ้านโฮสต์แถว Halswell ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 15 นาที เพราะเป็นช่วงปิดเทอมพอดี ก็เลยแวะรับไปเที่ยวด้วยกัน ต่อจากนั้นก็เข้ามาพักในตัวเมือง Christchurch ก็เป็นอันว่า วันที่ 25 กันยายน หมดไปอีก 1 วันกับการเดินทาง ยังไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย แต่คืนนั้นก็ได้ประสบการณ์อีกแบบ คือได้รู้ว่าแผ่นดินไหวของจริงเป็นยังไง ถึงแม้จะเป็น Aftershocks หลังจากแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ริกเตอร์เมื่อเช้ามืดวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมาก็ตาม อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกสะเทือนไปทั้งอาคารได้ (จนถึงเวลาที่นั่งเขียนเรื่องอยู่วันนี้ ก็ยังมี Aftershocks อยู่เลยครับ แต่ความรุนแรงจะอยู่ประมาณ ไม่เกิน 4 ริกเตอร์ แต่ก็พอทำให้รู้สึกได้แทบทุกวัน) นิวซีแลนด์ถือว่าโชคดีมากๆ เพราะแผ่นดินไหวรุนแรงขนาดเท่าๆ กับประเทศเฮติ แต่ที่นี่ได้รับความเสียหายน้อยมาก ไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเลย

รุ่งเช้าของวันที่ 26 กันยายน 2553 วันนี้ก็มีโปรแกรมที่จะไปดูภายใน University of Canterbury เพราะสิ้นปีนี้ลูกสาวก็จะจบ Year 13 จาก Lincoln High School แล้ว และก็มีเป้าหมายว่าจะเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่นิวซีแลนด์โดยไม่กลับมาต่อที่เมืองไทย จึงถือโอกาสไปดูว่ามหาวิทยาลัยที่ Christchurch ว่าเป็นยังไงบ้าง แต่ความจริงลูกสาวเบื่อ Christchurch ไม่อยากเรียนต่อที่นั่น เพราะอยู่มาจะ 4 ปีแล้ว เลยอยากจะย้ายเข้าเมืองหลวงคือ Wellington บ้าง (อิอิ ฟังเหมือนบ้านนอกเข้ากรุงเลย) แต่ไหนๆ ก็ไปแล้วเลยแวะไปดูสักหน่อยเผื่อจะเปลี่ยนใจ สรุปวันนั้นทั้งวันก็เลยหมดไปกับการแวะชมมหาวิทยาลัยรวมถึงหอพัก แล้วก็นัดรับประทานอาหารและพบปะพูดคุยกับอาจารย์พิเศษที่สอนภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นให้ลูกสาวด้วย

มาพูดถึงเรื่องการขับรถในประเทศนิวซีแลนด์นี่ง่ายกว่าเมืองไทยเยอะครับ ป้ายบอกถนนหนทางก็ชัดเจน ไม่ใช่ในแผนที่เขียนอย่าง ป้ายจริงเขียนอีกอย่างเหมือนบ้านเรา และยังขับชิดซ้ายเหมือนบ้านเรา (พวงมาลัยอยู่ขวา) เลยไม่ต้องปรับตัวเหมือนไปขับรถในอเมริกาที่ต้องขับชิดขวา (พวงมาลัยอยู่ซ้าย) แต่ที่ต้องระมัดระวังก็คือเรื่องการใช้วงเวียน เพราะที่นั่นเขาจะใช้วงเวียนตามแยกต่างๆ แทนสัญญาณไฟเยอะมาก การขับรถเข้าวงเวียนก็จะต้องให้รถทางขวาที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน เราถึงจะขับเข้าไปได้ และอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องระมัดระวังคือความเร็ว ทุกเขตจะมีป้ายจำกัดความเร็วบอกไว้ ส่วนมากถ้าเป็นในเขตตัวเมืองจะไม่ให้ขับเกิน 50 กม./ชม. นอกเมืองก็ไม่เกิน 100 กม./ชม. ถ้าเราเผลอขับเร็วกว่านั้น อาจจะมีตำรวจซุ่มส่องกล้องถ่ายรูปรถเราแล้วส่งใบสั่งมาถึงเราตอนเรากลับมาเมืองไทยแล้วก็ได้ อย่าคิดว่ากลับมาบ้านเราแล้วจะรอดนะครับ เพราะถ้าไม่จ่ายค่าปรับ อาจจะโดนขึ้นบัญชีดำไม่ให้เข้าประเทศเขาอีกเลย


จะเห็นว่าสภาพการจราจรบนทางหลวงระหว่างเมืองในประเทศนิวซีแลนด์นั้นน่าขับรถชมวิวมาก ถ้ามีโอกาสก็ลองไปเช่ารถขับดูนะครับ มีใบขับขี่นานาชาติ แผนที่ ก็ขับสบายๆ ไม่ต้องกลัวหลงแล้วครับ แต่ผมคาดว่าทุกคนที่มีโอกาสไปขับรถที่นั่น โดยเฉพาะทางเกาะใต้ จะต้องขับไป จอดไป เพราะอดไม่ได้ที่จะลงไปถ่ายรูปวิว ทิวทัศน์สองข้างทางแน่ๆ

เรื่องการขับรถตามทางหลวงก็เหมือนกัน ปกติจะเป็นทาง 2 เลนสวนกัน ถ้าจะแซงก็จะต้องเข้าไปในเลนที่รถสวนมา เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัย เขาจึงทำช่องทางให้รถที่ต้องการจะแซงได้แซงอย่างสะดวกและปลอดภัยเป็นระยะๆ โดยจะมีป้ายบอกชัดเจนว่า [PASSING LANE 1km AHEAD] ก็หมายถึง อีก 1 กม. ข้างหน้าจะถึงช่วงที่ทำทางไว้ให้แซงได้ พอถึงจุดที่เริ่มให้แซงได้ก็จะมีป้ายเขียนว่า [KEEP LEFT UNLESS PASSING] นั่นหมายถึง ถ้าเราไม่ได้แซงใครก็จะต้องขับชิดเลนซ้ายเพื่อให้รถที่เขาจะแซงไปได้อย่างสะดวก นอกจากนี้แล้วยังมีสะพานเลนเดียว [ONE LANE BRIDGE] ที่ใช้ร่วมกัน กฏการใช้สะพานมีอยู่ว่า ถ้ารถฝั่งไหนมาถึงเชิงสะพานก่อน รถที่อยู่ฝั่งตรงข้ามต้องหยุดให้รถที่มาถึงเชิงสะพานก่อน ข้ามมาจนหมด แล้วจึงจะขับข้ามสะพานนั้นไป สาเหตุที่เขาทำสะพานแค่เลนเดียว แทนที่จะเป็น 2 เลนสวนกันเหมือนถนนก็เพราะประหยัดงบประมาณนั่นเอง (เดาเอาเองนะครับ อิอิ) และอีกอย่างจำนวนรถที่อยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ก็ถือว่าน้อยมาก การจราจรในต่างจังหวัดนี่แทบจะเรียกได้ว่า เราขับอยู่คันเดียวเลยก็ว่าได้ นานๆ จะมีรถสวนมาสักคันหนึ่ง เพราะฉะนั้น ผมถือว่านิวซีแลนด์เป็นเหมือนสวรรค์ในการขับรถชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่ไม่มีที่ไหนจะเทียบได้อีกแล้ว

    
ป้ายบอกว่าจะถึงทางที่ให้แซงได้ที่พูดถึงครับ เขาจะทำป้ายบอกไว้ว่าเหลืออีกระยะทางเท่าไหร่ถึงจะแซงได้ เพื่อไม่ทำให้คนที่ขับตามรถช้าๆ อารมณ์หงุดหงิด เมื่อใกล้ถึงป้ายที่บอกว่า [KEEP LEFT UNLESS PASSING] ก็เตรียมแซงได้เลย ยังไม่เคยเห็นป้ายแบบนี้ในบ้านเรานะ

เขียนมาซะยาว ยังไปไม่ถึงไหนเลย ความจริง Christchurch ก็ไม่มีอะไรมาก ถึงจะเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเกาะใต้ แต่ก็มีประชากรประมาณ 350,000 คนเอง จากประชากรทั้งประเทศของนิวซีแลนด์ที่มีทั้งหมด 4.4 ล้านคน ถ้าเทียบกับประชากรแกะ จำนวนแกะในนิวซีแลนด์มีมากกว่าคนเกิน 10 เท่าก็ว่าได้ เพราะจำนวนแกะทั้งประเทศมีกว่า 47 ล้านตัว เรียกว่าจะมองเห็นแกะมากกว่าเห็นคน โดยเฉพาะตามชนบท ไปนิวซีแลนด์ครั้งนี้ ผมจะไม่เน้นเรื่องแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองที่ผมเคยไปมาแล้วนะครับ โดยเฉพาะ Christchurch นี่ไปมา ครั้งนี้ครั้งที่ 4 ก็เลยไม่อยากพูดถึงอีก เอาไว้พรุ่งนี้จะแวะมาเขียนต่อ นับจากเริ่มเดินทางออกจาก Christchurch มุ่งหน้าขึ้นไปทางเหนือสู่เมือง Kaikoura นะครับ วันนี้พอแค่นี้ก่อน (รู้สึกคนเขียนจะเมื่อย คนอ่านก็คงจะเมื่อยเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ)


Botanic Garden ที่อยู่ใจกลางเมือง Christchurch ทำให้เมืองนี้มีฉายาว่า The Garden City ประกอบไปด้วยต้นไม้เก่าแก่ที่ร่มรื่น และดอกไม้สีสรรสวยงาม แถมยังมีลำธาร (Avon River) ใสสะอาดไหลผ่านกลางสวนเอาไว้พายเรือเล่นอีกด้วย เป็นอีกที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดจะเดินเข้าไปชมข้างใน (ฟรี)


ตรงปากทางเข้า Botanic Garden ก็จะเป็นที่ตั้งของ Canterbury Museum 1870 หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจแวะเข้าไปชม เพื่อจะได้ทราบประวัติความเป็นมาของนิวซีแลนด์ ที่สำคัญคือเปิดให้เข้าชมฟรีครับ แต่ถ้าใครจะช่วยบริจาคก็มีกล่องรับบริจาคตรงทางเข้า

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
Trip To New Zealand 2010 – Part 2
Trip To New Zealand 2010 – Part 3
Trip To New Zealand 2010 – END

Comments
  1. Moo says:

    คุณอาเล่าเรื่องเที่ยว…หลับตาวาดภาพได้เลยเนอะ(ยังกะได้เที่ยวเอง)แน่ะ
    ความจำเป็นเลิศเหมือนเดิม

    • spiroonyoi says:

      ขอบคุณครับป้า แวะมาอ่านแล้วยังช่วยเป็น บก. คอยตรวจคำผิดให้ด้วย ขอบคุณจริงๆ ครับ

  2. Moo says:

    ป้าอยากไปเที่ยวมั่งจัง!!!(ไม่มีวาสนา)ดูแลแต่คนป่วย

  3. Moo says:

    อืม…ยังไม่ได้ชมเลย ถ่ายรูปได้เก่งมากสวยทุกรูปเลยค่ะ

  4. jasmine4you says:

    อยากไปด้วยจังเลย^^
    ภาพสวยจัง คนถ่ายฝีมือใช้ได้เลยนะคะ

  5. jasmine4you says:

    โห คุณอาอ่ะ -*-
    พูดยังกับทำได้เนาะ อิอิ
    ตื่นๆได้แล้วค่ะเช้าแล้ว

    คุณอาให้ศึกษาการทำบล็อกจากตรงไหนนะคะ
    หนิงหาไม่เจอค่ะ มืน อิอิ
    เลยมั่วๆเอา
    ยิ่งตอนนี้ปรับแก้ไข จนมั่วซั่วได้ใจ
    มันบล็อกหรืออะไรก็ไม่รู้ เจ้าของยังไม่แน่ใจเลย

    • spiroonyoi says:

      ถ้าจะเข้าไปดูคำแนะนำต่างๆ ให้ไปที่หน้า wp-admin (หน้าหลักที่เรา login เข้า WordPress) ให้คลิกที่เมนูคำว่า My Account (บัญชีของฉัน) แล้วเลือก Get Support ครับ ในหน้า Support ของ WordPress ก็จะมีหัวข้อต่างๆ แนะนำไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งหน้าของบล็อกโดยดูที่ Appearance เป็นต้น คงไม่มีอะไรดีไปกว่าลองหัดทำไปเรื่อยๆ ครับ เพราะการเรียนรู้ด้วยตัวเองจะทำให้จำได้แม่น แล้วเวลาเราทำได้ก็จะเกิดความภูมิใจในผลงานเราด้วย

  6. ลดาวัลย์ เจริญวัย says:

    สวัสดีค่ะ ……..
    แวะมาชม Trip to New Zealand Part 1 แล้วนะคะ
    เหมือนได้แอบไปเที่ยวด้วยเลยนะคะ ( บรรยายได้เห็นภาพพจน์อีกตาม Style ของคุณลุงสมหมายเลย
    ทีเดียว ) ต้องขอชื่นชมด้วยความจริงใจค่ะ ทั้งเนื้อหาและภาพถ่ายสลวยสวยงามมากๆ น่าไปเที่ยวจัง
    เลย วิว ทิวทัศน์ เงียบสงบ ไม่มีมลพิษ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s