เที่ยวเสียมเรียบ, กัมพูชา – ตอนจบ

          เมื่อวานนี้เล่าค้างเอาไว้ ความจริงกลับจากนครวัดแล้วยังมีกิจกรรมสำคัญอีกหนึ่งอย่าง ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปพักผ่อน ครั้นจะไม่เอ่ยถึง เดี๋ยวทางมิชลินแอบมาเห็นจะตำหนิเอาได้ ไหนๆ เขาก็ชวนไปเที่ยวฟรีตลอดรายการแล้ว กิจกรรมที่จะเอ่ยถึงก็คืองานเลี้ยงที่เรียกว่า Grand Dinner ซึ่งทางมิชลิน ทุ่มทุนสร้างอย่างอลังการโดยจัดงานขึ้นบริเวณสระน้ำของโรงแรม Sofitel Phokeethra Royal Angkor Hotel งานนี้อาหารและเครื่องดื่มมีบริการไม่อั้น เรียกว่าถ้ามีกระเพาะใส่ได้ก็ใส่เข้าไป นอกจากนั้นยังมีการแสดงๆ ของชาวคณะนาฏศิลป์กัมพูชา ซึ่งถ้าไม่บอกก็แทบจะแยกไม่ออกว่าเป็นคนกัมพูชาหรือคนไทยกันแน่ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาของนักแสดงเอง หรือจะเป็นชุดที่ใช้ในการแสดง และท่าการร่ายรำของสาวกัมพูชาก็ละหม้ายคล้ายคลึงกับของไทยมากๆ แต่ที่แปลกใจก็มีการแสดงอยู่ชุดหนึ่ง คิดว่าเป็นการแสดงโขนเหมือนบ้านเรา เพราะมีการแต่งกายเหมือนกัน แต่ทำไมหนุมานบ้านเขาถึงแต่งชุดสีน้ำเงิน เพราะเท่าที่จำได้ หนุมานนั้นน่าจะใส่ชุดสีขาวนี่หน่า หรือว่าชุดสีขาวซักไม่ทันแห้ง ฮ่าๆๆๆ นั่งรับประทานอาหารไป ดูการแสดงไป ยังเผลอคิดไปว่ากำลังนั่งอยู่ภายในบริเวณโรงแรมใดโรงแรมหนึ่งในเมืองไทยของเราซะอีก เพราะไม่มีอะไรทำให้รู้สึกว่ากำลังนั่งอยู่บนแผ่นดินกัมพูชา หรืออาจจะเป็นเพราะตัวโรงแรมเองคนไทยก็เป็นหุ้นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นไม้หรือวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างและตกแต่งโรงแรมก็นำมาจากเมืองไทยแทบทั้งนั้น

          กว่างานเลี้ยงจะจบลงก็ปาเข้าไปเกือบ 5 ทุ่ม เอาละซิ… เพราะวันนี้ทั้งวันก็เดินชมปราสาทต่างๆ รวมระยะทางแล้วคงหลายกิโลเมตร จึงทำให้ออกอาการเมื่อยล้า แล้วรุ่งขึ้นจะต้องไปออกรอบตีกอล์ฟอีก สงสัยจะแย่ มีเพื่อนๆ ที่ร่วมคณะไปด้วย (แต่พวกเขาไม่ได้ไปตีกอล์ฟ) มาชวนออกไปร้องคาราโอเกะในตัวเมือง ผมก็เลยต้องปฏิเสธ เพราะต้องรีบพักผ่อนเอาแรงไว้ต่อสู้ในสนามกอล์ฟอีก ความจริงก็อยากไปดูบรรยากาศร้านคาราโอเกะในเสียมเรียบเหมือนกันนะ เพราะไม่รู้จะมีโอกาสได้แวะไปอีกเมื่อไหร่ แต่ก็ต้องตัดใจเข้านอน ทั้งๆ ที่ยังไม่ง่วง

          เช้าวันสุดท้ายของการเดินทางต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อเตรียมตัวออกไปตีกอล์ฟที่สนาม Phokeethra Country Club สภาพสนามกอล์ฟที่นี่ดูๆ แล้วสู้เมืองไทยไม่ได้ครับ แต่ก็เอาเถอะ ไหนๆ ก็ได้ขึ้นชื่อว่ามีตีกอล์ฟต่างประเทศแล้ว การตีกอล์ฟครั้งนี้ ทางมิชลินเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นโดยมีถ้วยรางวัลด้วย ทั้ง Low Gross, Low Net แล้วก็ Booby (บู้บี้ หรือรองบ๊วย) มีผู้เข้าร่วมแข่งขันด้วยกัน 14 คน ความจริงแอบหวังในใจว่าคราวนี้น่าจะได้ Low Net เพราะจำนวนคนไม่มาก แต่คาดการณ์ผิดถนัดครับ เพราะแต่ละคนที่มาร่วมแข่งขันนี่ อุตส่าห์หอบไม้กอล์ฟส่วนตัวขึ้นเครื่องกันมาแทบทุกคน มีเพียง 3 คนเท่านั้นที่ไม่ได้นำไม้กอล์ฟส่วนตัวมาด้วย ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะไม่อยากเป็นภาระ ไหนๆ ทางมิชลินก็บอกแล้วว่า ไปแต่ตัวกับหัวใจ อุปกรณ์ทุกอย่างทางมิชลินเช่าให้ที่สนามกอล์ฟ ที่ผมบอกว่าคาดการณ์ผิดถนัด เพราะแต่ละคนนี่ฝีมือระดับแนวหน้าทั้งนั้น โอกาสที่จะพลาดท่าคงไม่ใช่เรื่องง่าย พอออกรอบไปได้ 3 หลุม Score ก็ยังพอมีลุ้น แต่พอเข้าหลุม 4 เท่านั้นแหละครับ รถหมูคว่ำเทกระจาด หลุมนี้ตีเกินไป 4 เท่านั้นยังไม่พอ หลุม 5 ยังกู่ไม่กลับหลุดออกไปอีก 3 ผ่านไป 5 หลุมเกินไป 7 ก็เริ่มถอดใจแล้วละครับ ไม่ว่าจะเป็นถ้วย Low Gross หรือ Low Net คงไม่ต้องพูดถึง เลยเปลี่ยนใจมาลุ้นถ้วยบู้บี้ดีกว่า ฮ่าๆๆๆ หลังจากนั้นก็ตีแบบสนุกสนาน ฮาเฮ ด้วยการสอนภาษาไทยแคดดี้ไปด้วย เพราะดูแล้วไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาเคร่งเครียดหรือพิถีพิถันในการตีแต่ละช็อตอีกแล้ว มาพูดถึงแคดดี้ที่นี่ ส่วนมากจะพูดไทยได้นิดหน่อย ภาษาอังกฤษพอได้บ้าง แต่อย่าถามระยะนะครับว่าเหลืออีกเท่าไหร่ เพราะบอกไม่เคยตรงกับสายตาเราเลย บอกเหลืออีก 150 หลา แต่ดูแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่า 180 หลา สุดท้ายก็คงต้องกะระยะเอาเองละครับ การถามไลน์พัตลูกก็เหมือนกัน เขาก็พอบอกได้ว่า Left or Right, inside or outside แต่เท่าไหร่นั้นก็กะเอาเองละครับ สนุกไปอีกแบบ อ้อ…กรีนที่นี่แต่ละหลุมก็ไม่เท่ากันนะครับ บางหลุมก็เร็ว บางหลุมก็ฝืด ถือว่าท้าทายดีเหมือนกัน

          จบการแข่งขันก่อนเที่ยง ทางมิชลินก็พาไปเลี้ยงอาหารกลางวันในเมือง แล้วก็ประกาศผลการแข่งขัน ปรากฏว่าสมใจอยากเลยครับ เพราะได้ถ้วยบู้บี้จริงๆ Score น้อยกว่าคนบ๊วยอยู่ 7 แต้มครับ แต่ขออนุญาตเก็บเป็นความลับนะครับว่าวันนั้นตีเข้ามาด้วย Score เท่าไหร่ กลัวใครเข้ามาเห็นเข้า… อายแย่เลย ความจริงแล้วถ้วยบู้บี้นี่ได้ยากกว่าถ้วยรางวัลชนะเลิศทั้ง Low Gross และ Low Net นะครับ เพราะจะทำยังไงให้รองบ๊วยได้ในเมื่อเราไม่มีสิทธิรู้เลยว่าคนที่ได้บ๊วยนั้นจะตีออกเท่าไหร่ ถ้าเราตีเละเทะมาก เราก็อาจจะบ๊วยซะเอง แต่ถ้าตีอยู่กลุ่มกลางๆ ก็ไม่ได้อะไรสักอย่าง ถ้วยบู้บี้จึงถือเป็นถ้วยที่ทุกคนฮือฮาทีเดียว ความจริงถ้วยก็สวยดีนะครับ ส่วนเหรียญที่เห็นนั้น ทางมิชลินทำมาแจกเป็นรางวัลสำหรับพาร์ 3 โดยเฉพาะคนที่ตีใกล้ธง แต่เขาทำมาเยอะ เลยเหลือแจกให้ทุกคน เดี๋ยวจะคิดว่าผมได้รางวัลตีใกล้ธงอีก ฮ่าๆๆๆ

          สรุปแล้ว… การเดินทางไปเที่ยวเสียมเรียบกับคณะมิชลินในครั้งนี้ได้ทั้งความสนุกสนาน และได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก รวมทั้งปราสาทและโบราณสถานอีกมากมาย คงต้องขอขอบคุณมิชลินมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ปีหน้าจะพาไปที่ไหนอีกอย่าลืมมาชวนกันอีกละครับ …

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
Trip To Siem Reap – Day 1
Trip To Siem Reap – Day 2
SlideShow – Trip To Siem Reap 2010

Comments
  1. Moo says:

    ฮ่าๆๆๆๆได้ถ้วยบู้บี้

  2. รุ้ง says:

    ** ขอบคุณน๊ะคร๊ะ..ที่มีเรื่องราว ดี ดี มาฝาก….เสมอ ๆ…ฝานดีน๊ีะคร๊ะคุณอา … **

  3. PoOYz says:

    อุ๊ยยยยคุนลุงสมหมาย….ใช่มั๊ยค๊ะ…นึ่นู๋ปุ๋ยเอง….ที่เคยคุยกะลุงน๊านนนนนานมากแล้วจาก space ยุคเฟื่องฟูค่ะ…คุนลุงสบายดีมั๊ยค๊ะ???…ไม่เจ็บไม่ป่วยใช่ป่ะคะ…ตอนนี้นู๋เรียนจบมีงานทำแล้วคร๊า..^^

    • spiroonyoi says:

      ใช่แล้วครับนู๋ปุ๋ย แล้วนี่ตามหาอาเจอได้ไง
      ตอนนี้สเปซกำลังจะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการแล้ว
      เลยทำให้ต้องอพยพมาอยู่ที่นี่

  4. pooyz says:

    ตอนนี้นู๋ก็ระเห็จไปวุ่นวืออยู่กับ facebook แล้วก้กำลังจะทำ web เปนของตัวเองอยู่ค่ะ..ขี้เกียจไปฝาก blog ตัวเองไว้กับคนอื่นล่ะ…ลืมพาสประจำ..

    ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย..ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ^^

    • spiroonyoi says:

      อาก็สิงสถิตย์อยู่ที่ Facebook แทบทุกวันเหมือนกันครับ
      แต่ก็ยังคงต้องรักษาบล็อกเอาไว้ ระบายอะไรที่อยากระบายบ้าง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s